ถึงเวลาเปลี่ยนสายให้อาหารและสายสวนปัสสาวะหรือยัง?
หากผู้ป่วยที่บ้านต้องคาสายให้อาหาร (NG Tube) หรือสายสวนปัสสาวะ (Foley Catheter) ญาติอาจสงสัยว่าควรเปลี่ยนสายเมื่อไร และจะทราบได้อย่างไรว่าถึงกำหนดแล้ว
ระยะเวลาเปลี่ยนสายขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์ คำแนะนำของผู้ผลิต และแผนการดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ จึงไม่ควรพิจารณาจากจำนวนวันที่ใช้สายเพียงอย่างเดียว ควรสังเกตสภาพสายและอาการของผู้ป่วยร่วมด้วย
สัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง
หากผู้ป่วยมีอาการหรือพบความผิดปกติต่อไปนี้ ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินและรับคำแนะนำ
- สายให้อาหาร: สายหลุดหรือเลื่อนจากตำแหน่งเดิม สายอุดตัน หรือพบความผิดปกติบริเวณจมูกที่ใส่สาย
- สายสวนปัสสาวะ: ปัสสาวะไม่ไหลทั้งที่ตรวจดูแล้วว่าสายไม่พับงอ มีเลือดปน หรือมีอาการปวดบริเวณท้องน้อย
- อาการทั่วไป: มีไข้ หนาวสั่น ซึมลง หรือมีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ
หากสายให้อาหารเลื่อนหรือหลุด ไม่ควรให้อาหารหรือยา จนกว่าจะได้รับการยืนยันตำแหน่งสายอย่างเหมาะสม หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบากหรือซึมลงมาก ควรเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน
ควรเปลี่ยนสายบ่อยแค่ไหน?
สายให้อาหารและสายสวนปัสสาวะแต่ละชนิดมีข้อกำหนดในการใช้งานต่างกัน จึงควรยึดตามคำแนะนำของผู้ผลิตและแผนการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายตามรอบเดียวกันในผู้ป่วยทุกคน
สายให้อาหาร (NG Tube)
ตรวจสอบชนิดของสายและกำหนดการเปลี่ยนจากบุคลากรทางการแพทย์ หากสายอุดตัน เลื่อน หรือมีความผิดปกติ ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอให้ครบกำหนดตามปกติ
สายสวนปัสสาวะ (Foley Catheter)
กำหนดการเปลี่ยนขึ้นอยู่กับชนิดสาย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเปลี่ยนตามปฏิทินเพียงอย่างเดียว โดยไม่พิจารณาสภาพผู้ป่วย